คำว่า "อิสรภาพอิสรภาพ" กับ "เสรีภาพ"
สองคำนี้ต่างกันดังนี้" ในความหมายทั่วไป หมายถึงสภาวะที่เป็นอิสระ (นั่นคือ ไม่ถูกจำกัด ไม่ถูกกักขังหรือถูกตีตรวน)ตรงกับคำ Autonomy พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้บทนิยามไว้ดังนี้ "น. ความเป็นใหญ่, ความเป็นไทแก่ตัว; การปกครองตนเอง,"
ส่วนคำว่า "เสรีภาพ" พจนานุกรมให้บทนิยามว่า "น. ความมีเสรี." หมายถึงทำได้โดยปลอดอุปสรรค, มีสิทธิที่จะทำจะพูดได้โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น." และได้บอกไว้ว่า เป็นคำบาลี ตรงกับคำสันสกฤตว่า "ไสฺวรินฺ"(สะไหฺวริน)
คำว่า "เสรี" ตรงกับคำ Freedom กับ Liberty ฉะนั้นอังกฤษจึงได้พูดว่า Liberty freely to come with their ships โดยความไม่ขัดหรือซ้ำกัน แต่เป็นการย้ำความให้แน่ชัดในภาษาไทย จึงได้แปลไว้ว่ามีเสรีภาพที่จะมาโดยปลอดอุปสรรค
อิสรภาพ (อิสรภาพความเป็นใหญ่ครอบงำผู้อื่นได้ด้วย) อยู่เหนือเสรีภาพ (ความดำเนินตามอำเภอใจ) ที่ใดมีอิสรภาพมาก เสรีภาพก็น้อยลงตามส่วน เมื่อปล่อยอิสรภาพหมด เสรีภาพก็มีเต็มที่
อำนาจอธิปไตย ย่อมมีความแตกต่างกันไปในแต่ละระบอบการปกครอง ตัวอย่างเช่น ในระบอบประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน กล่าวคือ ประชาชนคือผู้มีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศในระบอบสมบูรณสิทธิราชย์ อำนาจอธิปไตยเป็นของพระมหากษัตริย์ คือ กษัตริย์เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศเป็นต้น
หากเรามาดูในแง่ของอิสลามคำว่าเสรีภาพ อิสรภาพและอำนาจอธิปไตย เราก็จะพบว่ามันแตกต่างไปจากคำข้างต้นโดยสิ้นเชิง คำว่าอิสรภาพ นั้น หมายถึงเป็นไท ปกครองตนเอง แต่เรามุสลิมนั่นอิสลามส่งเสริมให้เราเป็นไทจากมนุษย์แต่เป็นไทจากอัลลอฮฺไม่ได้เด็ดขาด ถ้าหากเรามีอิสรภาพจากอัลลอฮฺนั่นหมายความว่าเราจะไม่ภักดีต่ออัลลอฮฺอีกต่อไปและเราก็จะทำอะไรก็ได้ตามที่ใจเราต้องการโดยที่บัญญัติของอัลลอฮฺไม่อาจบังคับให้เราปฏิบัติตามได้อีกต่อไป(อยู่เหนือบทบัญญัติ)
คำว่าเสรีภาพ ซึ่งหมายถึงทำได้ตลอดโดยไม่มีอะไรมาขวางกันได้แต่ห้ามละเมิดผู้อื่น คำว่าเสรีภาพที่โลกเสรีรณรงค์กันจริงกันจังแต่ส่วนใหญ่กลับใช้ไม่ถูกต้องเช่นเสรีภาพในการแต่งกายจะแต่งกายอย่างไรก็ได้แต่อย่าไปทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่ที่เห็นอยู่ล้วนแต่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนทั้งสิ้น เราจะเห็นได้ในจอทีวีข่าวการข่มขืนก็ดีการล่อลวงทางเพศก็ดี ก็เพราะเสรีภาพนี่แหละ ผู้หญิงบางคนแต่งกายห่มนิดห่มน้อยและอ้างว่าเสรีภาพที่เขาทำได้ไม่ได้ไปเอาเงินใครมาซื้อเสื้อผ้าให้เดือดร้อน และเสรีภาพที่ฉันจะเดินไปไหนก็ได้ด้วยการแต่งกายแบบนี้ แต่ถามว่าเสรีภาพที่การแต่งกายนั่นมันส้รางความเดือดร้อนให้แก่บรรดาผู้ชายทั้งหลายที่ปกติ กลับกลายเป็นคนผิดปกติก็ได้ ที่ผิดปกติคือการไปล่อลวงข่มขื่นเขา ลักษณะเช่นนี่ ก็ไม่ได้แตกต่างไปกับการ เอาเงินทองมาไว้ที่โล่งแจ้ง ที่คนผ่านไปมาเพื่อล่อดูว่าใครจะหยิบเอา แล้วคนที่เอาก็อาจเป็นคนที่มีนิสัยขโมยเดิมอยู่แล้วก็ได้หรือไม่ก็คนดีก็ได้เพราะว่าเรานั้นจงใจส้รางบรรยกาศให้คนดีกลับเป็นขโมยแล้วใครล่ะที่ผิดมากที่สุดแน่นอนก็คงจะต้องเป็นคนที่สร้างบรรยากาศให้เอื้อต่อการทำความชั่วนั่นแหละ แต่แปลกสังคมเรามักจะโทษผู้ชายที่ไปข่มขื่นฝ่ายเดียวมากกว่าจะไปโทษทั้งสองฝ่ายนี่คือความเสียหายที่เสรีภาพไม่ได้อยู่ในกรอบ นั่นคือว่าเราใช้อิสรภาพไปมากจนทำให้เสรีภาพมันลดน้อยลง
มันจึงส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อสังคมนั่นเอง แต่อิสลามนั้นเราจะเห็นได้ชัดเจนเรานั่นไม่มีอิสรภาพตามอำเภอใจได้ เลย เรานั้นต้องรับใช้อัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเท่านั่นโดยสมัครใจ จากบัญญัติของอัลลอฮฺทั้งการสั่งใช้ การสั่งห้ามปฏิบัติ ซึ่งเป็นธรรมนูญสูงสุดของมุสลิมอะไรก็ตามแต่ที่อำเภอใจเราที่ขัดกับบัญญัติดังกล่าวเราต้องละทิ้งอำเภอใจเราโดยไม่มีเงือนไข หากเราละทิ้งจากบัญญัติที่ทรงห้ามและปฏิบัติตามบัญญัติที่ทรงใช้นั้นแสดงว่าเราได้ทำหน้าที่การเป็นทาสของอัลลอฮฺอย่างสุจริตแล้วและรอเก็บเกี่ยวผลตอบแทนอันยิ่งใหญ่ในโลกหน้าตามที่อัลลอฮฺสัญญาไว้
ส่วนคำว่าอำนาจอธิปไตย คำนี้เรามักคุ้นเคยดีว่า ประชาธิปไตยนั้นอำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชนประชาชนมีอำนาจมากกว่ารัฐบาลที่ปกครองเขาเสียอีก ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้ใครมาเป็นผู้แทนของเขาในการปกครองบ้านเมืองตามความเห็นชอบของประชาชนส่วนมาก แต่อิสลามนั้นอำนาจอธิปไตยสูงสุดอยู่ที่อัลลอฮฺ(ซบ)เพียงผู้เดียวเป็นผู้ทีมีอภิสิทธิ์ในทุกอย่าง แต่เราในฐานะมุสลิมเป็นเพียงแค่ผู้ที่ต้องสถาปนารักษาอธิปไตยของอัลลอฮฺให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้และจักรวาลเท่านั้นเพื่อแสงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ(ซบ) และหากว่าเราในฐานะมุสลิมยังคงมีความเชือมั่นและส่งเสริมในระบบประชาธิปไตยและเห็นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องละก็ ต้องกลับมาพิจารณาตนเองได้แล้วว่า เรากำลังทำซีริกกับอัลลอฮฺอยู่หรือเปล่า? แล้วเราในฐานะที่เป็นพลเมืองของประเทศที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยเราจะมีทางออกอย่างไร สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มุสลิมต้องกลับมาคิดกันให้หนักเพื่อปลดปล่อยมนุษย์ให้รอดพ้นจากการทำซิริกต่อเอกองค์อัลลอฮฺ(ซบ)
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 00:49


