ขอความสันติสุขจากเอกองค์อัลลอฮฺจงประสบกับน้องๆผู้อ่านทุกท่าน เรามาเปลี่ยนบรรยากาศการพูดคุยมาสู่บรรยากาศแห่งการแนะนำตักเตือนและความเป็นพี่น้องกันกันหน่อยดีกว่า คราวนี้พี่ขอฝากสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นักเรียน นักศึกษา และทุกคนที่กำลังแสวงหาความรู้ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหน อายุเท่าไหร่ รับรองว่าสามารถปรับใช้ได้
ขอฝาก 4 ม. เอาไว้เป็นคู่มือพกติดตัวพวกเราทุกคน ใช้ได้ยันแก่เฒ่า
ม. ที่หนึ่ง คือ มัสยิด
น้องๆ อาจเกิดอาการงงว่าจะให้ไปเรียนในมัสยิดเลยหรือยังไง พี่ไม่ได้หมายความเช่นนั้น แค่อยากให้เรามีหัวใจที่ผูกพันกับมัสยิด มีมัสยิดเป็นจุดศูนย์กลางของชีวิตแทนที่สถานที่ไร้สาระอื่นๆที่วัยรุ่นส่วนใหญ่เขาไปกัน มัสยิดในที่นี้อาจจะเป็นสถานที่ที่เราละหมาด อ่านอัลกุรอานหรือเป็นห้องชมรมที่เราใช้เป็นที่รำลึกถึงอัลลอฮฺ การผูกพันกับบ้านของอัลลอฮฺเหมือนการที่เราสร้างการเชื่อมโยงกับพระองค์ หัวใจที่ผูกพันกับมัสยิดคือหลักประกันว่าตลอดเวลาที่เรากำลังศึกษาเล่าเรียนนั้นเราไม่ลืมอัลลอฮฺและไม่ลืมจุดประสงค์ในการแสวงหาความรู้ของเรา เรามาเรียนหนังสือเพื่ออะไรกัน? เราไม่ได้มาเรียนเพื่อสร้างชื่อเสียงเกียรติยศให้แก่ตัวเอง เราไม่ได้เรียนเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขทางดุนยาหรือเพื่อการโอ้อวดและการแข่งขัน แต่เราเรียนเพื่ออาคีเราะฮฺ เรามาศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับตัวเองและจะใช้มันในทางที่พระองค์อัลลอฮฺทรงพอพระทัย ตลอดเวลาที่เราใช้ชีวิตอยู่ในห้องเรียนอันกว้างใหญ่นี้ถึงแม้ว่ามีบางช่วงที่เราเหนื่อยล้าและรู้สึกอ่อนแรง บางครั้งความซับซ้อนของเนื้อหาวิชาที่เรียนทำให้เราถึงกับปวดหัวตัวร้อน มีบางครั้งที่เราเรียนไม่รู้เรื่อง ฟังไม่เข้าใจ อ่านไม่ได้ใจความ การรำลึกถึงอัลลอฮฺเท่านั้นที่จะทำให้อะไรหลายๆอย่างดูสงบลง เพราะแน่แท้เจ้าของความรู้ที่แท้จริงนั้นคืออัลลอฮฺ พระองค์เป็นผู้ทรงเปิดเผยความรู้และทรงประทานความเข้าใจแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ หากเรารำลึกถึงอัลลอฮฺ ขอดุอาต่อพระองค์ หมั่นเยี่ยมเยียนบ้านของพระองค์ อ่านและศึกษาอัลกุรอานรวมถึงทำความดีต่างๆ ด้วยความเมตตาและความกรุณาของพระองค์นั้นเองพระองค์จะทรงประทานความรู้ความเข้าใจและช่วยเหลือเราให้ผ่านบททดสอบต่างๆตลอดเวลาที่เรากำลังศึกษาอยู่ อินชาอัลลอฮฺม.ที่สอง ห้องสมุด
สถานที่ที่เคียงคู่กับปัญญาชนคงหนีไม่พ้นห้องสมุด ในชีวิตนักศึกษาของน้องๆจึงไม่ควรมีสถานที่ใดถัดจากมัสยิดที่สำคัญมากไปกว่าห้องสมุด พี่จึงอยากจะฝากห้องสมุดให้เป็นหนึ่งในสถานที่ประจำวันของน้องๆ น้องอาจมีห้องสมุดอยู่ในโรงเรียน ในบ้าน มัสยิด หรือที่อื่นใดก็แล้วแต่ ขอให้เป็นที่ที่น้องใช้มันศึกษาหาความรู้อย่างจริงจังและสม่ำเสมอ หลายต่อหลายคนไม่ตระหนักถึงความสำคัญในแสวงหาความรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหาความรู้จากการอ่านทั้งๆที่เราเป็นประชาชาตินักอ่านและอิสลามก็มอบภารกิจบังคับเหนือมุสลิมทุกคนในการศึกษาหาความรู้ แต่ปรากฏว่าโดยเฉลี่ยเราอ่านหนังสือกันน้อยมาก ฟังก็ยิ่งน้อย แต่กลับพูดเรื่องไร้สาระเสียมาก มีผู้รู้เขาตั้งข้อสังเกตว่าเรามีสองตา สองหู ปากเดียว แต่เรากลับใช้ปากพูดมากกว่าตาดูหูฟัง ฟังแล้วใช่เลย ถึงเวลาที่เราทุกคนต้องปรับเปลี่ยนนิสัยเหล่านี้ หันมาสร้างสังคมแห่งความรู้ขึ้น เริ่มจากตัวของเราเองตั้งเป้าไว้เลยว่าในวันหนึ่งเราจะอ่านหนังสือกี่หน้า หรือกี่นาที และพยายามรักษามันไว้ให้ได้ เริ่มแรกอาจไม่ต้องเยอะก่อน วันละหนึ่งหน้า จากหนึ่งเป็นสอง สาม เพิ่มไปเรื่อยๆ พยามยามจริงจังและใส่ใจอาจจะยากหรือน่าเบื่อซักหน่อยแต่ขอให้จำไว้ว่าประชาติตัวอย่างนั้นต้องเป็นประชาติที่ขยันขันแข็ง ตื่นตัวกับการหาความรู้ใส่ตัวตลอดเวลา
ม.ที่สาม ญามาอะฮฺ
ญามาอะหฺหรือการคบค้าสมาคม การรวมกลุ่มกับเพื่อนที่ดี เพื่อนในที่นี้คือเพื่อนสนิทที่ใช้เวลาอยู่กับเรามากที่สุด แน่หละว่าเรามีเพื่อนตั้งแยะทั้งในและนอกคณะหรือนอกโรงเรียน แต่ใครกันที่เรากล้าที่จะปรึกษาหารือหรือไว้เนื้อเชื่อใจเมื่อเราประสบกับปัญหาต่างๆ เพื่อนคนนั้นต้องเป็นคนที่พิเศษกว่าเพื่อนธรรมดา การเลือกคบเพื่อนในลักษณะนี้มีผลมากต่อการใช้ชีวิตนักศึกษาของน้องๆ เพื่อนดีคือเพื่อนที่คอยดึงเราออกจากสิ่งไม่ดี คอยแนะนำตักเตือนซึ่งกันและกัน เชิญชวนกันทำในสิ่งดีๆและมีประโยชน์เช่น ดูหนังสือ ทำงานเพื่อส่วนรวม ทำประโยชน์ต่อสังคม ฯลฯ การเลือกคนมาเป็นเพื่อนคือส่วนหนึ่งของการเลือกทางเดินให้กับชีวิตของเราเอง ที่ต้องพูดอย่างนี้เพราะมีให้เห็นมากมายในสังคมของเราที่คนดีกลับต้องเสียคนเพราะแค่คบเพื่อนไม่ดี และก็มีมากเช่นกันที่คนไม่ดีกลับกลายเป็นคนดีได้ก็เพราะมีเพื่อนดีๆ หากเราต้องการสร้างชีวิตของเราให้อยู่ในร่มเงาของอิสลามแล้ว เราก็ต้องแสวงหาเพื่อนที่มีใจรักที่จะอยู่กับอิสลาม รักที่จะศึกษาหาความรู้ในอิสลาม รักที่จะปฏิบัติตามสิ่งที่อัลลอฮฺทรงใช้ และประพฤติตามแบบฉบับของท่านนบีฯ หากเราละเลยมองผ่านเรื่องนี้ไปแล้ว ชีวิตนักศึกษาของเราอาจจะไม่ได้กลับมาอยู่ในร่องในรอยของอิสลามอีกก็เป็นได้ พี่จึงอยากเตือนและแนะนำน้องๆทุกคนให้คัดเลือกหาเพื่อนที่ดีให้เหมือนกับเวลาที่เราเลือกซื้อของกินที่ดีๆ นั่นแค่ของกินเข้าท้องประเดี๋ยวก็ออก แต่เพื่อนนั้นจะอยู่กับเราอีกนานเผลอๆ เรียนจบแล้วอาจมาร่วมงานกับเราในอนาคตก็เป็นได้ อย่ามองข้ามเพื่อนๆในชมรมมุสลิมของน้องๆ ก็ละกัน
ม.สุดท้าย แม่และพ่อ
อิสลามให้ความสำคัญกับพ่อแม่รองจากการเชื่อฟังอัลลอฮฺและรซูลของพระองค์ เราในฐานะที่เป็นลูกจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะนึกถึงท่านและทบทวนภารกิจที่อิสลามได้มอบให้กับเราในเรื่องนี้ น้องๆที่เข้ามาศึกษาในสถาบันการศึกษาใดๆก็ตาม บางคนต้องอพยพตัวเองชั่วคราวเพื่อมาเรียนหนังสือ ต้องห่างพ่อห่างแม่ รวมถึงญาติพี่น้องที่ใกล้ชิด สิ่งที่พี่อยากฝากน้องๆเหล่านี้รวมถึงน้องที่อยู่ด้วยกันกับพ่อแม่ว่าเราต้องติดต่อถามไถ่ข่าวคราวของท่านบ้าง โทรศัพท์หรือเขียนอีเมล์ไปคุยกันบ้าง หรือทำในสิ่งที่เราทำได้เพื่อทำให้ท่านทั้งสองสบายใจและหายคิดถึง อย่าเอาแต่เรียนโดยไม่ลืมหูลืมตา เอาแต่ทำงานซะจนลืมภารกิจการเป็นลูกที่ซอและฮฺซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงสั่งใช้ให้เราปฏิบัติ บางคนนึกถึงพ่อแม่เมื่อไม่มีตังกินข้าวหรือเมื่อพ่อแม่ได้จากโลกนี้ไปแล้ว ช่างน่าน้อยใจนักเชียวกับการที่พ่อแม่เลี้ยงดูเรามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยแต่เรากลับนึกถึงท่านเมื่อตอนที่เราลำบาก พ่อแม่เราคือคนที่เราต้องสนใจมากกว่าเพื่อนในห้องเสียอีก อย่าเป็นลูกที่อกตัญญูต่อพ่อแม่ แน่นอนลูกที่ลืมบุญคุญพ่อแม่นั้นย่อมเป็นลูกที่อัลลอฮฺทรงโกรธกริ้วยิ่งนัก น้องๆที่ไม่ได้อยู่ห่างไกลกับกับพ่อแม่ก็อย่าประมาทในเรื่องนี้เพราะสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรานี่แหละมักจะเป็นสิ่งที่เราลืมง่ายที่สุด เราควรที่จะใช้เวลาอยู่กับท่านให้มากๆ เลิกเรียนไม่มีภารกิจอะไรแล้วก็รีบกลับบ้านกลับช่องเถอะ พยายามรับใช้และบริการท่านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่าแสดงกิริยาท่าทางหรือคำพูดที่ไม่ดี เชื่อฟังท่านในสิ่งที่ไม่ขัดกับศาสนา แล้วอัลลอฮฺจะทรงตอบแทนน้องๆ ส่วนน้องที่ไม่มีโอกาสในการดูแลพ่อแม่ก็อย่าเพิ่งเสียใจ ดุอาของลูกที่ซอและฮฺนั้น อัลลอฮฺจะทรงตอบรับแน่นอน พยายามติดต่อญาติมิตรของท่านทั้งสองและทำดีต่อเขาเหล่านั้นและอดทนต่อสิ่งต่างๆที่น้องต้องประสบ อินชาอัลลอฮฺ พระองค์คือผู้ทรงตอบแทนทุกการกระทำของน้องๆ
เหล่านี้เป็นเพียงคำแนะนำและคำตักเตือนที่พี่อยากฝากทั้งตัวพี่เองและโดยเฉพาะน้องๆนักศึกษา เพื่อให้พวกเราได้ระลึกและตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งดังกล่าวนี้ อย่าลืมว่าภารกิจความเป็นมุสลิมไม่ได้อยู่แค่ว่าเราเกิดมาเป็นมุสลิม มีชื่อเป็นภาษาอาหรับ ไม่กินหมู ฯลฯ แต่ภารกิจของเราคือการที่ต้องพยายามเป็นผู้นอบน้อมยอมจำนนต่ออัลลอฮฺอย่างแท้จริง เราต้องเป็นคนดีอย่างที่อัลลอฮฺต้องการ ไม่ไช่อย่างที่ใจหรืออารมย์เราต้องการ เราต้องพยายามทำหน้าที่ที่อัลลอฮฺทรงมอบหมายให้มากที่สุด พยายามเชื่อฟังอัลลอฮฺให้สุดแรงที่เรามีอยู่ โลกใบนี้หากเทียบกับความกว้างใหญ่ของชั้นฟ้าและแผ่นดินนั้นดั่งฝุ่นละออง ถ้าเราปฏิเสธอัลลอฮฺ ไม่เชื่อฟังพระองค์ ก็ยังมีบ่าวที่จงรักภักดีตั้งมากมายนับไม่ถ้วนทั้งชั้นฟ้าและแผ่นดินที่ภักดีและเชื่อฟังพระองค์ และถึงแม้คนทั้งโลกจะปฏิเสธพระองค์หรือเชื่อฟังพระองค์ก็มิได้ทำให้อำนาจของพระองค์นั้นลดน้อยลงแต่ประการใดเลย เพียงแต่เราต่างหากที่จะต้องถูกสอบสวนในสิ่งที่เราได้ปฏิบัติไว้ และแท้จริงอัลลอฮฺไม่ทรงอธรรมต่อผู้ใด แต่เราต่างหากที่อธรรมต่อตัวเราเอง
สุดท้ายนี้ขอให้น้องๆจงเป็นนักศึกษาแห่งอิสลาม เป็นส่วนหนึ่งของคาราวานแห่งสัจธรรมที่กำลังนำขบวนแห่งอิสลามสู่จุดหมาย นั้นคือการให้อิสลามเป็นระบอบชีวิตที่สมบูรณ์ทั้งในตัวเราเองและบนโลกใบนี้...
วัสลาม
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 01:11


